"ชม ชิม ช้อป"... นี่เป็นนิสัยของคนไทยนักเที่ยวแบบเรา ๆ จริง ๆ นะ อันนี้คงรู้กันมานาน และถ้าให้ขยายความแบบเอายาว ๆ กว่านี้ก็มีเหมือนกัน อันนี้ที่เพิ่งได้ยินมาจากไกด์ ก็คือ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นแ.ด.ก แยกเป็นหลง ลงเป็นซื้อ! 
            ทัวร์นี้ เราได้ไปหลายที่ แบบว่าเกือบครบเลย  ได้แถมเพิ่มอีกที่สองที่ด้วย แหม...ไกด์เราน่ารักจริง ๆ เลยล่ะ เขาบอกว่าเพราะลูกทัวร์ตรงเวลากัน ทุกครั้งที่นัดเวลากลับขึ้นรถน่ะ เลยแถมให้ ถ้าอยากได้เที่ยวเพิ่ม คงต้องเอาเทคนิคนี้ไปใช้...
 
           เที่ยวที่เกาหลี สิ่งหนึ่งที่เราต้องเจอ คือ การขึ้นเขา เช่น....
 
 
    - ขึ้นเขา (ที่ค่อนข้างชันนิดนึง แต่เราถ่ายตอนยังไม่ถึงตรงที่ชัน ๆ เพราะพอไปถึงถ่ายไม่ไหว กลัวทรงตัวไม่อยู่ หุ หุ เว่อร์ไปแล้ว...) เพื่อขึ้นไปหอคอย N Seoul Tower  ที่ ๆ เราจะเห็นวิวของเกาหลีได้ทั่ว และรู้ว่ากรุงเทพฯ อยู่ทิศทางไหนถ้ามองจากเกาหลี รวมทั้งไปดูพิพิธภัณฑ์ teddy bear เวอร์ชั่นเคลื่อนไหวเองได้ หรือแม้จะไปคล้องกุญแจคู่รัก ก็ต้องผ่านเส้นทางลาดชันนี้
 
 
 
    - ขึ้นเขา (อันนี้สบายหน่อย) เพื่อไปชมสวนสไตล์ยุโรปและอนุสาวรีย์ นายพลแมคอาเธอร์ เป็นผู้นำกองทัพสหประชาชาติ ขึ้นบกที่อินชอน ช่วยเกาหลีใต้รบในสงครามเกาหลี
 
 
 
    - ขึ้นเขา (อันนี้ได้ชมธรรมชาติป่าไม้สวย ๆ ) เพื่อไปนมัสการ พระนอนไม้สนยาวสุดในโลก 
 
 
 
 
 
         หรือแม้แต่สวนสนุก Everland ก็มีพื้นที่ลาด ๆ เอียง ๆ  อีกเหมือนกัน (ก็บ้านเมืองเขาส่วนใหญ่อยู่บนเขานี่นะ)  เหล่านี้เป็นต้น
         และนั่นก็หมายความว่า เราต้องมีรองเท้าดี ๆ ใส่กระชับ ๆ พร้อมลุยซักคู่ 
 
 
 
 
 
 
 
              พูดถึง Everland จงใช้เวลาให้คุ้มค่า ในสวนสนุกบนภูเขาที่ใหญ่ตระการตานี้ ทัวร์มักจะให้เวลาประมาณครึ่งวัน เพื่อสนุกเต็มที่ที่นี่ ข้อดีของการมากับทัวร์ คือ  เราจะได้เล่นเครื่องเล่นได้ไม่จำกัด อย่าลืมที่จะพกพาแผนที่ ที่ได้รับตอนผ่านประตูติดตัวไปด้วย เพราะสวนสนุกเขากว้างใหญ่จริง ๆ ถ้ามีก็สะดวกขึ้นเยอะ!
 
 
 
 
             ใครที่คาดหวังจะเจอและได้ถ่ายรูปกับเจ้ามิคกี้เม้าส์ สโนไวท์ ซุปเปอร์ฮีโร่ฝั่งยุโรปหรือญี่ปุ่นที่ Everland คงต้องผิดหวังไปตาม ๆ กัน เพราะเขาจะมีตัวการ์ตูนของเขาเอง เรา ๆ ท่าน ๆ ไม่รู้จักมันหรอก...
 
 
 
 
 
 
             มา Everland ทั้งทีถ้าพลาดไม่ได้ไปดูเจ้า liger พันธุ์ผสมระหว่าง lion กับ tiger ที่เป็นดาวเด่นของที่นี่ ก็คงต้องหาทางมาใหม่คราวหน้าให้ได้ เพราะเจ้านี่ถือเป็นสัญลักษณ์ของ Everland สังเกตว่าของที่ระลึกกะพวก mascot ต่าง ๆ ก็ล้วนเอาเจ้า liger นี่แหละมาเป็นต้นแบบ นอกจากนี้เราจะได้เห็น "หมีเกาหลี"  (หมายถึงเป็นหมีพันธุ์เกาหลีจริง ๆ นะ) เดินสองขาตามรถโดยสารของเรา พร้อมทั้งโบกมือทักทายเราด้วย...เก่งนะแก! (ภาพข้างล่างเหมือนจะยิ้มให้เราด้วยแน่ะ หุ หุ)
 
 
 
 
 
 
              ดาวเด่นอีกอย่างที่ไม่พูดถึงไม่ได้ กับเครื่องเล่นใหม่ที่เป็นสุดยอดแห่งความเสียว ท้าทายพวกหนุ่ม ๆ สาว ๆ ให้ขึ้นไปเล่น คือ เจ้า T-Express นี่แหละ มุมที่เสียวที่สุดก็คือ ตอนที่กำลังดิ่งลงมาทำมุมกับพื้นประมาณ 70 กว่าองศานี่แหละ และก็นะ เพราะอย่างนี้ในกรุ๊ปเราก็มีคนขึ้นไปเล่นแค่คนเดียว! (นอกนั้นจะเป็นรุ่นเดอะหน่อยเลยขอบายกัน) ส่วนเราน่ะเหรอ หุ หุ แค่ไวกิ้งก็จะเป็นลมอยู่แล้ว เข้าใจคนไข้ที่เกิด BP drop แบบฉุกเฉินเลยว่าเป็นยังไง....
 
 
 
 
           ขอแนะนำอย่างหนึ่งสำหรับคนที่เลือกจะไปทัวร์เกาหลี คือ อย่าไปช่วงหน้าฝน! เราไปช่วงปลายสิงหา เจอฝนห่าใหญ่เลยล่ะ แล้วจะรู้ว่าเที่ยวไม่คุ้มเลย เพราะย่านช้อปปิ้ง แผงลอยที่วางขายของน่ารัก ๆ บนท้องถนนจะหายไปหมด!!  และรองเท้าจะแฉะ ลอกล่อน และขาดได้โดยไม่รู้ตัว และสิ่งที่จะ "พลาด" ตามมา คือการไม่ได้ถ่ายรูปกับวิวสวย ๆ ท้องฟ้าใส ๆ และเสี่ยงกับกล้อง (ที่เรายืมมา) พัง รูปข้างบนเป็นหลักฐานยืนยันได้ดีเลยล่ะ ว่าฟ้าฝนทำให้เราไม่ได้ยื่นหน้าเข้าไปเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
 
           ที่นี่ไม่จำเป็นต้องขอกระดาษทิชชูใครก่อนเข้าห้องน้ำ เพราะเขามีบริการให้เกือบทุกแห่ง ดีจริง ๆ 
 
           พูดถึงห้องน้ำ ห้องน้ำที่นี่ถ้าเป็นในโรงแรมหรือร้านค้าดัง ๆ จะมีหน้าตาประมาณนี้
 
 
 
              เป็นโถส้วมที่ไฮเทคที่สุดเท่าที่เคยใช้มา! หลายคนคงเคยเห็นในพวกซีรี่ย์เกาหลีมาแล้ว (อย่างเช่นเรื่อง you are beautiful ไง...สนุกมากเลยล่ะเรื่องนี้)  สังเกตด้านข้างจะมีปุ่มอัตโนมัติให้กด ข้าง ๆ ปุ่มจะมีรูปบรรยาย คงไม่ต้องลงรายละเอียดว่าเป็นรูปอะไรบ้างหรอกนะ ประมาณว่าพอเห็นแล้วจะรู้เองล่ะว่ารูปไหนกดแล้วจะฉีดน้ำจากโถมาโดนตรงส่วนไหนของเรา  เป็นการล้างก้นให้เราอัตโนมัติ โดยไม่ต้องใช้สายฉีด (หรือขันน้ำ) เหมือนบ้านเรา รับรองมือไม้สะอาด ปราศจากการปนเปื้อนหลังใช้ส้วมเกาหลี  อันนี้รับรองว่าทุกคนที่ไปเกาหลีจะได้ใช้!
 
             ที่นี่ไม่ต้องกลัวขโมยขโจรด้วย เพราะเขามีกล้องวงจรปิด ที่ดูเหมือนจะมีประสิทธิภาพดีกว่าแถวกทม.บ้านเราเยอะ ทำกระเป๋าตังค์หล่นยังไม่มีใครกล้าหยิบเอาไปเป็นของตัว เพราะถ้าทำอย่างนั่น ไม่นานก็จะมีใบสั่งมาหย่อนอยู่ในกล่องรับจดหมายหน้าบ้าน !(จริงรึเปล่าไม่รู้ แต่ไกด์บอก)  แต่นั่นแหละ ถ้าไปเดินย่านที่มีคนต่างชาติเยอะ ๆ ก็ต้องคอยจับกระเป๋าตังค์อยู่ดี.... 
 
 
 
 
 
  
 
 
             อย่าลืมกินนมกล้วยนะ ถ่ายรูปตอนกินด้วยยิ่งดี เพราะนมกล้วยเกาหลีนี่จะบอกให้ใครต่อใครรู้ว่า ฉันมาถึงเกาหลีแล้ว...จริง ๆ รสอร่อยมั่ก ๆ หอมกลิ่นกล้วย หวานรสนม และอีกอย่างคือ ไอติมเกล็ด (เรียกถูกรึเปล่า เราเรียกตามหน้าตามันนะ) เพราะมันก็อาหร่อย ไม่ค่อยมีให้กินบ้านเรา หรือแม้แต่ขนมปังสไตล์ฝรั่งเศสที่ขายที่หมู่บ้านฝรั่งเศส ก็สุโค่ยเลยล่ะ ได้รสชาติแบบขนมปังฝรั่งจริง ๆ ไม่เลี่ยน ๆ อมน้ำมันเหมือนบ้านเรา จริง ๆ มีอีกเยอะล่ะ แต่ไม่ค่อยสนเรื่องกิน ๆ เท่าไหร่ เลยไม่ได้ชิมหมด
 
 
 
 
 
           ใครชอบกลิ่นหอม ๆ แนวอโรมา ซื้อหากันได้ที่สวนอิตาลี่ มีทุกแบบ แต่สนนราคาไม่ต่ำกว่า 10000 วอน หรือประมาณ 300 กว่าบาทบ้านเรา รู้มั้ยว่าแม้แต่ยาดมยี่ห้อของคนไทยก็มีให้ซื้อ !
 
 
 
              และที่นี่ ไกด์ก็จะพาไปชมความงามสไตล์โรมัน (อะไรทำนองนี้ล่ะ) จะมีมุมหนึ่งที่จะเป็นอาคารสไตล์ยุโรปแท้ ถ่ายแล้วเอาไปโม้กับเพื่อนแอบขี้จุ๊หน่อย ๆ ว่าไปเที่ยวยุโรปมาก็ยังได้