ขอหยิบยกบทความเด็ด ๆ โดน ๆ จากเว็บพันทิปที่เป็นกระทู้ปักหมุดชื่อดัง (กระฉ่อนเลยล่ะ)  มาให้ชาว exteen ได้อ่านกันบ้าง เป็นกระทู้ที่เสนอเรื่องราวสะเทือนวงการเภสัชกรรมไทยเอามาก ๆ 
 
          จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าตำรายาที่วางขายตามแผงหนังสือทั่วไป ที่ประชาชนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ สามารถเดินแวะเวียนเข้าไปหยิบอ่านหรือซื้อกลับมาใช้เป็นคู่มือดูแลตัวเองนี้ เป็นตำรายาที่ไม่ได้เขียนขึ้นโดยเภสัชกร!  ไม่ได้เขียนโดยเภสัชกร ก็เป็นความผิด (ทางสังคม) กระทงหนึ่งล่ะ แล้วเนื้อหายัง "มั่ว" ได้ใจอีก
 
          ขอใช้คำแรง ๆ จั่วหัวนิดนึง แต่มันทนไม่ได้จริง ๆ สำหรับคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในวงการยา เภสัชกรคนหนึ่ง ๆ กว่าจะศึกษาร่ำเรียนจนจบหลักสูตรทางเภสัชศาสตร์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย (เสียน้ำตากันมาเยอะแล้วสำหรับหลาย ๆ คนที่ยังไม่อดทนพอ) และนอกจากตัวบุคคลที่ต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ศาสตร์ด้านการรักษาพยาบาลก็เช่นกัน จะมีใครรู้บ้างว่าความรู้ต่าง ๆ มากมายในเรื่องของการรักษาพยาบาล เรื่องหยูกเรื่องยา ต้องผ่านการคัดกรอง ทดลองที่ใช้เวลานานนับปี (เรื่องยานี่ถือว่ายังน้อย ถ้าเรื่องโรคล่ะ อาจนานเป็นทศวรรษ หรือศตวรรษกว่าจะค้นพบวิธีรักษา) ศึกษาค้นคว้ากันตั้งแต่ในหลอดทดลองทางวิทยาศาสตร์ ทดลองในหนูทดลองตัวเล็ก ๆ แล้วพัฒนามาเรื่อย ๆ กว่าจะมาลองใช้ในคน เริ่มจากคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ลองเสี่ยงทดลองยา จนเป็นที่มั่นใจว่าจะให้ผลดีต่อมนุษย์ในทางการแพทย์ได้จริง ๆ แล้วจึงจะตัดสินใจมาใช้ในคนทั่วไป หลังจากนำมาใช้ในสถานพยาบาลกันแล้ว ยังต้องติดตามเฝ้าระวังถึงผลข้างเคียงกันต่อไปอีก  
 
          ดังนั้น อย่าดูถูกศาสตร์ด้านการแพทย์เป็นอันขาด เพราะทุกอย่าง คือ วิทยาศาสตร์ที่ผ่านการพิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำอีก ตั้งแต่อดีต ยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน และต่อเนื่องไปจนถึงอนาคต  จึงจะได้ข้อสรุปและนำมาใช้ได้ในคนจริง ๆ ไม่ใช่แค่คิดเอา (แบบไม่มีหลักมีการ หรือมีหลักฐานสนับสนุนใด ๆ ) ว่าสิ่งนี้ใช้รักษาอย่างนั้นอย่างนี้ได้
 
 
          เรื่องหยูกเรื่องยามันเป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็รู้ว่ามีความสำคัญต่อชีวิตของผู้คนมากมาย การใช้ยาผิดเพียงนิด อาจนำมาสู่ความสูญเสียมหาศาลได้ แล้วถ้าเกิดขึ้น คราวนี้ใครจะรับผิดชอบล่ะ
 
         ที่ผ่านมากี่ปีต่อกี่ปี ตำราเรื่องโรคเรื่องยาที่เคยอ่านไม่มาจากหมอก็เภสัชกรแต่งด้วยกันทั้งนั้น ครั้งนี้คงจะเป็นครั้งแรก (หรือเพราะเราอ่านน้อยไป บางทีอาจจะมีอีก..) ที่เจอแบบนี้เอาจัง ๆ 
 
         ที่แปลกอีกอย่าง นอกจากผู้แต่งที่ไม่ใช่เภสัชกร (แน่ใจว่าไม่ใช่ เพราะนอกจากเนื้อหาที่บิดเบือนแล้ว ชื่อผู้แต่งก็ไม่เห็นมีคำนำหน้า ภก. หรือ ภญ. ที่ควรจะมี)  สำนักพิมพ์ก็เหมือนกัน (ชื่ออะไรนะ ใครช่วยบอกที) ทำไมจึงปล่อยให้ผ่านการตรวจสอบแล้วออกมาตีพิมพ์อย่างนี้ได้  ถ้าโดนข้อหาตามกฎหมายเกี่ยวกับการกระทำความผิดทางอาญา ก็คงเป็นผู้สนับสนุนตัวการอันดับแรก ๆ เลยล่ะ
 
         หรือเพราะเขาคิดว่าเภสัชกร (ตัวจริง) ค่าจ้างแพงหรือไม่มีเวลาแต่งให้สำนักพิมพ์ ก็เลยเชิญวิทยากร "พิเศษ" มาแต่งให้แทนกันนะ สงสัยจริง ๆ 
 
         โวยวาย ตีโพยตีพายซะเยอะ ลองมาดูของจริงกันดีกว่า ขออนุญาตหยิบยก (ทั้งดุ้น) มาจากเว็บ http://drama-addict.com นะคะ เพราะเขาทำดีจริง ๆ อย่างกับได้ลงหนังสือพิมพ์รายวันแล้วซะอีก หรือถ้าใครต้องการจะเข้าไปอ่านกระทู้จริงของพันทิป ก็เข้าไปได้เลย ที่นี่
 เพราะบางประโยคที่ตัดมาอาจจะเล็กเกินไป อ่านยาก ไม่เหมือนกับเข้าไปอ่านต้นฉบับ
 
 
 
"เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องสวนลุมมีอมยิ้มชื่อ “สองก๊ก” มาตั้งกระทู้แฉตำรายาเล่มหนึ่งในห้องสวนลุม
 
 
 
 
ตำรายาเล่มนั้นมีชื่อว่า “ตำรับยาสามัญประจำบ้าน ชุดยาสมุนไพรและยาแผนปัจจุบัน”

พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ฟีลกู้ด ราคาขายเล่มละ 185 บาท ประเด็นที่นายสองก๊กเอามาแฉก็คือ

 ไอ้หนังสือเล่มนี้เนี่ยรูปเล่มก็สวยหรูดูดี แต่หารู้ไม่ว่าเนื้อหาข้างในแม่มมั่วสะบัดช่อ!!

 
 
ทางซ้าย (ล่าง) คือภาพปกตำราที่ว่านะครับ ส่วนภาพประกอบที่เหลือเป็นเนื้อหาจากในหนังสือเล่มนี้

อย่างที่เห็นในภาพทางขวาตำราบอกว่ายา CPM หรือยาแก้แพ้สามัญประจำบ้านที่เราใช้กินเพื่อลดน้ำมูกเวลาเป็นหวัดนั่นเอง

ในตำราบอกว่ายามีผลกะผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ อาจส่งผลถึงเด็กในท้องได้!!!

แถมถ้าใช้ในเด็กอายุต่ำกว่าหกอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยนะเธอว์!!
     
 
 
แต่ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า CPM เนี่ยเป็นยาที่ปลอดภัยมากๆตัวนึงเลยนะ ใช้ในคนท้องได้ตามปรกติไม่มีปัญหา

และสามารถใช้ในเด็กได้ แต่ไม่ค่อยนิยมให้ในเด็กอายุน้อยๆต่ำกว่าสองปี มีผลข้างเคียงพวกปากแห้งคอแห้งใจสั่น

นอกจากนี้ยังมีผิดยุบยิบมั่วซั่วเต็มไปหมด อย่างเช่นเรียกชื่อยาฆ่าพยาธิก็ผิดจาก มีเบ็นดาโซล(Mebendazole)

กลายเป็น เบ็นดาโซล ซะงั้น แถมยังระบุโดสของยาผิดอีกตะหาก

ส่วนหน้าทางขวาจะเห็นว่าตำราฉบับนี้มันเรียกยาปฎิชีวนะ Amoxycillin ว่าเป็นยาแก้อักเสบ!?

( ออกเสียงว่า อะ-ม๊อก-ซี่-ซิล-ลิน ไม่ได้ออกเสียงว่าอะม๊อกซิลินนะเธอว์ ขนาดชื่อมึงยังอ่านผิดเล้ยคิดดูว์)

อันนี้เป็นความเข้าใจผิดของคนไทยส่วนใหญ่มานมนานที่ชอบเรียกยาฆ่าเชื้อว่าเป็นยาแก้อักเสบ

แต่จริงๆแล้วยาแก้อักเสบคือยากลุ่ม NSAIDs ที่ใช้แก้ปวด ลดการอักเสบ เช่นพวก Brufen เป็นต้น

ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับยาฆ่าเชื้อเลย ซึ่งคนในวงการสาธารณสุขหมอ พยาบาล เภสัชกร บลาๆไม่มีใครเรียกสับสนระหว่างยาสองกลุ่มนี้หรอก

ทีนี้ประเด็นคือไอ้คนเขียนตำราเนี่ย มันสับสนระหว่างยาสองกลุ่มนี้ได้ไงวะ? หรือว่าคนเขียนตำรามันไม่ใช่เภสัชกร!?
 
 
  
 
 
นอกจากนี้ยังมีอีกไม่รู้กี่จุดในตำราเล่มนี้ที่มั่วซั่วไปหมด ใครสนใจสามารถตามไปอ่านในกระทู้ต้นเรื่องได้เลยนะเธอว์

แต่แอดมินว่าที่เด็ดที่สุดคงเป็นหน้านี้ ที่บอกว่าการเข้ารับการรักษาจากแพทย์นั้นแพทย์จะเป็นคนสั่งยาให้ผู้ป่วยกิน

แทนที่ผู้ป่วยจะไปซื้อยากินเองตามอำเภอใจ ทำให้ผู้ป่วยอึดอึด ไม่สบายใจ และอาการทรุดหนักยิ่งขึ้น 

 ดังนั้นเรามาหาซื้อยากินกันเองดีกว่า จะได้ไม่ต้องทนจำเจกับการรักษาของแพทย์ 
 
 
 
 
โอเค ชัดครับ ไอ้คนเขียนมันไม่ใช่คนในแวดวงสาธารณสุขแหงมๆ ปัจจุบันปัญหาที่พบบ่อยคือผู้ป่วยซื้อยากินเองนะครับ

แบบว่าเมืองไทยนี่ยาอะไรต่อมิอะไรมันซื้อง่ายขายคล่องไปซะหมด บางคนก็คิดแบบไอ้คนเขียนตำรานี่ล่ะครับ

ซื้อยากินเอง ไม่ยอมมาปรึกษาแพทย์หรือเภสัช สุดท้ายก็ม่องเท่งจากโรคมั่งเพราะรักษาไม่ถูกวิธี

หรือบางคนก็ม่องเท่งเพราะผลข้างเคียงของยาที่ตัวเองซื้อกินเองเรื่อยๆก็มี

ดังนั้นถ้ามีปัญหาด้านสุขภาพ ไม่สบายตรงไหน อย่าไปซื้อยากินเองเป็นอันขาดนะครับ ปรึกษาหมอหรือเภสัชก่อนจะดีกว่า

ชาวสวนลุมที่ส่วนนึงเป็นบุคลากรด้านสาธารณสุขได้อ่านเนื้อหาที่ จขกท เอามาโพสก็ถึงกับปวดตับไปตามๆกัน
 
 
       
 
 
หลายๆคนก็พากันวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาในตำราที่มั่วซั่วหลายจุดมากๆ และเริ่มเรียกร้องให้ทางสำนักพิมพ์

เรียกหนังสือฉบับนี้คืนจากแผงหนังสือโดยด่วน เพราะยิ่งปล่อยไว้มันจะยิ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค

ที่หลงไปซื้อหนังสือเล่มนี้อ่าน และใช้ยาตามแนวทางที่ปรากฏในตำราฉบับนี้!!

 
 
 
 ต่อมามีบัตรผ่ามาแถลงว่าเธอคือบรรณาธิการของ สนพ.ที่ตีพิมพ์ตำราโหลยโท่ยฉบับนี้ออกมา

และขออภัยในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ทาง สนพ.จะรีบเรียกเก็บหนังสือฉบับนี้คืนโดยเร็วที่สุด!!
 
 
 
 
หลังจากที่ สนพ.มาชี้แจง ทุกฝ่ายก็โอเคซิ๊กกะแรตที่เห็นการแสดงความรับผิดชอบจากทาง สนพ. แต่ทว่า

สามวันถัดมา จขกท ได้กลับมาแถลงความคืบหน้าอีกครั้ง และปรากฏว่าตำราเล่มนี้ยังถูกวางขายในร้านหนังสือ

และไม่มีการเรียกเก็บแต่ประการใด!? ไหน สนพ. บอกว่าจะรีบเก็บหนังสือคืนโดยด่วนยังไงล่ะวะ!?

แถมพอ จขกท ไปถามคนขายหนังสือในร้านเขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีการเรียกเก็บหนังสือเล่มนี้คืน สนพ เพราะมีปัญหาด้วยนะ!!

 
 
                           
  
ภาพตำราเล่มนี้ที่ยังวางขายอย่างโจ๋งครึ่มบนแผงหนังสือ ซึ่ง จขกท เอามายืนยันเป็นหลักฐาน   
 
 
 
แอดมินก็ฝากทุกท่านช่วยกันกระจายข่าวอีกทอดนึง เพราะการที่มีตำราทำนองนี้วางขายอยู่บนแผงหนังสือ

มันเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ที่หลงเชื่อเนื้อหาในตำราเป็นอย่างมาก ใครเจอหนังสือเล่มนี้ที่ไหน

ก็ช่วยๆกันบอกต่อว่าอย่าไปเชื่อเนื้อหาในตำราเล่มนี้เพราะมีจุดผิดพลาดเป็นจำนวนมาก แถมคนเขียนไม่ใช่เภสัชแหงมๆ

อาห์ แล้วตำราเล่มนี้จะยังอยู่บนแผงหนังสือไปอีกนานเท่าใด? เมื่อไหร่ สนพ.จะเรียกเก็บตำราเล่มนี้ซะที!!

 พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้เหล้านี้โดยพลัน!!" 
 
        และต่อมาจึงมีการเก็บอย่างจริงจัง ตามกระทู้นี้ค่ะ
 
 
 
 
             ก็ค่อยโล่งอกหน่อย  ว่าแต่...คนที่ซื้อหนังสือไปแล้วล่ะ เขาจะรู้เรื่องนี้มั้ยเนี่ย?
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet